รู้จัก Guild แบรนด์กีตาร์ระดับตำนานของอเมริกา

เผยแพร่เมื่อ : 2021/02/15 โดย cin guitars

ในอดีตหลายๆ คนคงคุ้นเคยกับแบรนด์ที่มีโลโก้ตัว G พร้อมกับตัวเขียนยึกยือตามหลัง ซึ่งแม้ภายหลังจะเปลี่ยนเป็นตัวพิมพ์ให้อ่านง่ายขึ้น พร้อมโลโก้รูปโล่ห์ หรือ มงกุฏ

ซึ่งบางคนก็ออกเสียงผิดเป็น "ไกด์" หรือเข้าใจผิดว่าเป็นกีตาร์ Gibson ไปเลยก็มี ซึ่งจริงๆ Guild นั้นอ่านออกเสียงว่า "กิลด์" นั่นเอง

ซึ่งวันนี้ Guild Guitars มีอายุยาวนานถึง 68 ปีเข้าไปแล้ว

เราไปรู้จักกับเรื่องราวความเป็นมาของตำนานบทนี้กันครับ

▪ ในปี 1945 Alfred Dronge และเพื่อนเขา Barney Sagman ได้เปิดร้านขายเครื่องดนตรีในเมือง New York ขึ้น ใช้ชื่อว่า Sagman & Dronge ต่อมาภายหลัง Alfred ได้เปลี่ยนแปลง โดยรวมกิจการเป็นของตนเองเพียงผู้เดียว และได้ใช้ชื่อว่า Alfred Dronge Music แทน

- ซึ่ง Alfred Dronge คนนี้นี่แหละครับ ที่เป็นผู้ริเริ่มทำกีตาร์ยี่ห้อ Guild ขึ้นมาร่วมกับ George Mann ผู้เป็นอดีตรองประธานบริษัท Ephiphone ทั้งคู่ได้จดทะเบียนบริษัทในชื่อว่า Guild Guitar Company ในปี 1952 หากย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้นจะพบว่า Alfred Dronge ตั้งใจจะทำกีตาร์สำหรับเล่นแจ๊สโดยเฉพาะ ในช่วงปีแรกจึงผลิตแต่กีตาร์ไฟฟ้า Hollow Body ซึ่งความพยายามของพวกเขาก็เป็นผลสำเร็จเมื่อกีตาร์ตัวแรกของ Guild ได้ถูกผลิตขึ้นในช่วงเดือนเมษา ปี 1953 ที่เมือง New York

ในช่วงปี 50s Guild ได้เริ่มทำกีตาร์ไฟฟ้าที่เป็นแบบ Flattops และต่อด้วย กีตาร์โปร่งที่มีลักษณะเป็น Archtops ต่อมาก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงในปี 1956 คือการเปลี่ยนแปลงฐานการผลิตของ Guild โดยโรงงานของ Guild ได้ย้ายจาก New York ไปยังเมือง Hoboken, New Jersey ในขณะนั้น Guild ได้เปิดรับสมัครพนักงานจำนวนมากขึ้น ขยายฐานการผลิตมากขึ้น

บริษัท Guild ก็ได้พัฒนากีตาร์รุ่นใหม่ออกมาเรื่อยๆ ทั้งกีตาร์ไฟ้ารุ่น Starfire หรือว่าจะเป็น Classical Guitars ก็มีมาให้ได้สัมผัสกันถ้วนหน้า

ในปี 1966 นั้น Guild Guitars Company เกิดสภาวะขาดทุน ทำให้บริษัทนั้นถูกขายให้กับ Avnet Corporation และทางบริษัทใหม่ไม่รอช้า จึงได้ทำการย้ายโรงงานครั้งที่ 2 ไปยัง Westerly Rhode Islands ที่เราๆ คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยรุ่นแรกที่ผลิตออกจากโรงงานนี้คือรุ่น M-20 ในปี 1967

▪ ต่อไปนี้คือช่วงเวลาในยุครุ่งเรืองของ Guild นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของ Guild ปี 1969 ในเทศกาลดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกแห่งนี้ คือ Woodstock นั้น ได้มีศิลปินท่านหนึ่งชื่อ Richie Havens ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับ Guild และผู้คนทั่วโลก

ด้วยเทคนิคการร้องเพลงที่ทรงพลัง เข้าถึงอารมณ์พร้อมกับบรรเลงบทเพลงเหล่านั้นด้วยกีตาร์ Guild D-40 จากการแสดงในครั้งนั้นทำให้ Guild มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น และกีตาร์รุ่น D-40 และ D-50 กลายเป็นรุ่นที่เป็นเเรือธงของ Guild ในช่วงเวลาไม่นาน นอกจากกระแสใน Woodstock แล้ว ความร้อนแรงยังไม่หยุดลงแค่นั้น เมื่อ Guild ได้ทำการออกรุ่นใหม่ๆเพิ่มมาอีก ไม่ว่าจะเป็น F-112, D-40C, G-212, G-312

- และในปี 1970 Jimi Hendrix ได้ซื้อ Guild F-212 Left-Handed ไปใช้ด้วย

- และในช่วงปี 1980 Guild ก็ได้ออกรุ่นให่มาเพิ่มเรื่อยๆ เช่น D62, D64, D66, F42, F44 และ F46 รวมถึงมีศิลปินอย่าง Hank Williams Jr. ได้ใช้รุ่น G-45 อีกด้วย

- จุดพีคอีกจุดหนึ่งของ Guild มาอยู่ในช่วงปี 1990 Slash มือกีตาร์แห่งยุคในขณะนั้น ได้ออกกีตาร์กับ Guild ในรุ่น Crossroads ซึ่งเป็นกีตาร์ 2 คอด้านบนเป็นกีตาร์โปร่ง 12 สาย ด้านล่างเ็นกีตาร์ไฟฟ้าที่ Slash ใช้ทัวร์อยู่บ่อยครั้ง

- รวมไปถึงการออกกีตาร์ Signature กับมือกีตาร์ผู้ยิ่งใหญ่ Brian May จากวง Queen ทำให้ชื่อเสียงของ Guild ยิ่งแพร่กระจายไปมากขึ้นกว่าเดิม

▪ หลังจากยุครุ่งเรืองของ Guild ในปี 1995 Fender Musical Instrumental Corporation ได้ทุ่มทุนซื้อแบรนด์ Guild มาพร้อมกับย้ายโรงงานไปที่ Corona, California เป็นการย้ายโรงงานครั้งที่ 3

- ต่อจากนั้นในปี 2004 ก็ได้ย้ายไปที่ Tacoma เป็นครั้งที่ 4

- ไม่นานนักในปี 2008 ก็มีการย้านโรงงานเป็นครั้งที่ 5 ไป ที่ New Hartford ซึ่งตอนนั้น Guild ได้เริ่มผลิต กีตาร์ไฟฟ้า และตั้ง Series ขึ้นใหม่คือ GAD (Guild Acoustic Design) ขึ้นมาด้วย ซึ่งก็ได้รับความนิยมอยู่ช่วงขณะหนึ่ง

▪ แต่แล้วก็มีการย้ายโรงงานครั้งที่ 6

- ในปี 2014 อาจด้วยบริษัท Fender Musical Instrumental Corparation ไม่ได้โฟกัสกับการดูแลกิจการของกีตาร์ Guild เท่าที่ควร จึงมีกีตาร์หลายรุ่น ที่ได้รับคำวิจารณ์ไม่ดีนัก จึงได้ขายกิจการต่อให้กับ Cordoba Music Group

- ซึ่งทาง Cordoba นับว่าเป็นบริษัทขนาดใหญ่และไฟแรง และได้กำลังสำคัญ อย่าง Ren Ferguson นายช่างใหญ่ระดับตำนานจาก Gibson เข้ามาเป็นผู้ควบคุมการผลิต และ Setup ระบบโรงงาน จนเกิดเป็นการย้ายโรงงานครั้งที่ 6 มาที่ Oxnard, California จนถึงปัจจุบัน

- และปลุกกระแสความนิยมของกีตาร์ Guild กลับมาอีกครั้งโดยใช้ชื่อ Series Westerly Collection เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพ ความนิยม และยังเป็นเกียรติให้กับยุคทองของ Guild อีกด้วย

▪ ซึ่งถึงแม้จะมีการเปลี่ยนโรงงานหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยทำให้ชื่อเสียงของกีตาร์คุณภาพกว่า 70 ปีเชื้อสายอเมริกันแบรนด์นี้ลดถอยลงไปเลยแม้แต่น้อย ยังคงยืนหยัด อย่างสง่า และ สวยงาม จนถึงปัจจุบัน

รับชมรายละเอียดทุกรุ่นของกีตาร์ Guild ได้ที่
https://www.cinguitars.com/brand.php?id=11

 

Showroom
Siam Paragon

Siam Paragon ชั้น 2 ถ.พระราม 1 แขวง ปทุมวัน เขต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 094-615-5444

The Promenade
ชั้น 1 ห้อง 1012A ถนนรามอินทรา

ติด Fasion Island กุรงเทพ
โทรศัพท์ : 084-616 5559

Zpell

ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน ประชาธิปัตย์ ธัญบุรี กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 095-790-7171

Fortune Town

Cin Guitars สาขา ฟอร์จูน ทาวน์ ชั้น 3
โทรศัพท์ : 065-295-7462

Chiangmai

โครงการ บิสพอยท์ 1 ถ.วงแหวนรอบ 2 อ.เมือง เชียงใหม่
โทรศัพท์ : 093-0397471



CIN GUITARS เราคือมืออาชีพเรื่องเครื่องดนตรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย กีต้าร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกหลายยี่ห้อเช่น Guild ,Alvarez, Cordoba, Bourgeois, Lowden, Collings, Huss&Dalton, St.Matthew รวมถึงเปียโนยี่ห้อ Kurzweil ,อคูสติกแอมป์ยี่ห้อ ACUS จากอิตาลี

กีต้าร์โปร่งคุณภาพสูง ราคาเริ่มต้นที่ 4,950 บาท ไปจนกีต้าร์โปร่งไฮเอนด์ราคาหลักแสนอัพ นอกจากนี้ Cin Guitars ยังมี กีต้าร์โปร่ง รุ่นหายาก รุ่นลิมิเต็ด ที่นักสะสมหมายปอง มารวมไว้ที่นี่ ที่เดียว ต้องการซื้อเครื่องดนตรีกับร้านที่สามารถแนะนำ ให้คำปรึกษา เราคือคำตอบสุดท้าย
“นึกถึงคุณภาพ นึกถึง Cin Guitars”

Cin Guitars มี 5 สาขา Siam Paragon / The Promenade รามอินทรา / Zpell @Future Park / Chiangmai / Fortune Town

Subscribe

* indicates required
/ ( mm / dd )