"เพราะกีตาร์ ฟังแค่คำโฆษณาไม่ได้"

เผยแพร่เมื่อ : 2021/02/10 โดย cin guitars

วงการกีตาร์ก็เช่นกันก็มีคำโฆษณาลวงโลกเกินจริงมากมาย

วันนี้เรามาแนะนำการแบ่งกลุ่ม หรือระดับ คลาสของกีต้าร์แบบละเอียดเพื่อให้คนกีต้าร์พอจะได้ทราบว่ากีต้าร์นั้นมีกี่กลุ่มจาก

กีตาร์หลักๆที่ผลิตและจำหน่ายในโลก พอจะแบ่งได้ออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ เราไปทำความรู้จักแต่ละระดับกันเลย ว่าทำไม ราคา และ คุณภาพ ถึงต่างกัน ถ้าจะหากีตาร์คุณภาพดีจริงๆ ควรเลือกแบบไหน เพื่อที่จะได้ไม่หลงทาง 

 

เราสามารถแยกหมวดกีตาร์ได้ 3 ดังนี้ 

 

1. กีตาร์บูติค หรือ กีตาร์ Hi-End 

 

ในคลาสชั้นนี้ จะนับว่าเป็นกีตาร์ระดับพรีเมี่ยม มักจะราคาสูงหน่อย คุณภาพงานปราณีต เรียกว่าตั้งใจทำทีละตัวเลย การสร้างกีตาร์นั้นเรียกว่าเป็น Hand Crafted เต็มรูปแบบ ใช้เครื่องจักรแต่น้อย ใช้ฝีมือ Skill ทักษะของช่างในการทำงานเป็นหลัก 

 

ช่างทำกีตาร์ จะทำการสัมผัสและวิเคราะห์ แทปจูน(การเคาะฟังเสียงจำเพาะไม้ทีละแผ่น) ก่อนประกอบเข้าเป็นตัวกีต้าร์ และจะแมทชิ่งหาองค์ประกอบเสียงที่ลงตัวของไม้หน้า ไม้ข้างและไม้หลังให้มีความบาลานซ์ ความสมดุลของเสียง  และการปรับ Fine Tune ไม้หน้าด้วยการเคาะและขัดให้ไม้เปล่งเสียงเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดโครงสร้างภายในจูน Bracing ออกมาให้ดีที่สุด 

ความชำนาญเฉพาะตัวของช่างทำกีตาร์ระดับสูง ต้องเรียนรู้และใช้ประสบการณ์ฝึกฝนนาน สะสมชื่อเสียงหลายสิบปีจนเป็นที่ยอมรับในระดับโลก กีต้าร์กลุ่มนี้มักจะเริ่มต้นประมาณแสนกลางๆขึ้นไป บูติคกีต้าร์ เรียกโรงงานขนาดเล็กของตนว่าช้อป Shop จะมีกำลังการผลิตแค่ปีละประมาณ 200 - 500 ตัวเท่านั้น บางแบรนด์ที่เล็กมากๆ อาจใช้ช่างแค่คนหรือสองคน เดียว และสร้างได้แค่เดือนละตัวเท่านั้น แบรนด์กลุ่มนี้เช่น Bourgeois, Collings , Huss & Dalton , Lowden, Kevin Ryan, McPherson , Santa Cruz เป็นต้น 

 

และถ้าถามว่าทำไมกีตาร์บูติคถึงคุณภาพดีกว่า นึกภาพให้เข้าใจได้ง่ายๆ 

เชฟระดับมืออาชีพ ทำอาหารออกมา รสชาติต้องดีกว่า แบบเราๆที่พอทำอาหารเป็นอย่างแน่นอน แม้ว่าเราจะเลือกใช้วัตถุดิบชั้นเลิศเพียงใด ถ้าไม่เข้าใจวิธีปรุงรับรองว่ารสชาติจะต้องจืดชืด สู้เชฟที่มีประสบการณ์ปรุงย่อมไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น ช่างทำกีต้าร์ระดับโลก ที่มีประสบการณ์ย่อมเข้าใจ ว่าจะทำกีต้าร์ให้ได้เสียงที่ดี งานที่ปราณีต ความสวยงามที่ลงตัวคลาสสิค ไม่ด้อยราคาไปตามกาลเวลายังไง และด้วยการลงมือทำทีละตัว จูนทุกชิ้นส่วน ทำให้ต้องใช้เวลามาก เวลาเท่ากับเงิน และคือคำตอบว่าทำไมกีต้าร์เกรดนี้จึงแพงกว่า

 

2. กีตาร์ในระบบ Mass produtction จากแบรนด์ชั้นนำ มีชื่อเสียงยาวนาน 

 

ในกลุ่มนี้เอง กีตาร์จะมีราคาได้ตั้งแต่หลักหมื่นบาท จนถึงหลักหลายแสนบาท ขึ้นอยู่กับค่าการตลาดที่ถูกบวกเพิ่มเข้ามาในแต่ละแบรนด์ หรือฐานการผลิต ที่มีตั้งแต่การผลิตใน อเมริกา , เม็กซิโก , ญี่ปุ่น , เกาหลี , หรือ จีน ซึ่งพื้นฐานค่าแรงของแต่ละประเทศจะต่างกัน รวมถึงคุณภาพงานฝีมือด้วยเช่นกัน 

 

กีต้าร์แบรนด์กลุ่มนี้มีความน่าเชื่อถือมีประวัติยาวนาว ถูกยอมรับและใช้งานจากศิลปินระดับโลก และพูดถึงและบอกต่อกันในหมู่คนเล่นกีตาร์ อย่าง Guild , Alvarez , Martin , Gibson , Takamine , Taylor เป็นต้น 

แบรนด์เหล่านี้ส่วนใหญ่มีอายุแบรนด์ไม่ต่ำกว่า 30 ปี เป็นระดับตำนาน ที่ที่รู้จักในวงกว้าง เชื่อถือและวางใจได้ 

 

กีตาร์ในหมวดนี้ เป็นกีตาร์ส่วนใหญ่ในตลาด ผลิตโดยใช้โรงงานขนาดใหญ่ มีมาตราฐาน และมีการ QC ที่เข้มข้น  เริ่มมีการใช้เครื่องจักรและหุ่นยนต์ช่วยในการทำงานเพื่อประหยัดเวลา และเพิ่มกำลังการผลิตนั่นเอง ต่างจากกีตาร์บูติค ที่กำลังการผลิตน้อยมาก เพราะต้องใช้ความปราณีตที่สูงกว่า

 

การประกอบกีตาร์แบบนี้ ต้องผลิตให้ได้จำนวนมาก กระบวนการผลิตจะถูกกำหนดขึ้นแบบระบบสายพาน ขึ้นงานและไร่เรียงเปลี่ยนไปตามโต๊ะประกอบต่างๆจนเสร็จเป็นกีต้าร์ เช่นการวาง Bracing จะเป็นแบบสำเร็จรูป ไม้จะถูกตัดขัดไว้เรียบร้อย มาติดกาวประกอบลงตามจิ๊ก ตามบล็อคที่กำหนดไว้ ไม่มีการ fine tune ไม้แต่ละแผ่น หรือจูน Bracing เพิ่มเติมเพราะด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลา แต่ด้วยประสบการณ์และความสม่ำเสมอ และการ QC ที่มีมาตราฐาน ก็ทำให้กีต้าร์จากโรงงานในกลุ่มนี้ ยังให้คุณภาพเสียงที่ดี ถึงดีมาก งานที่เรียบร้อย สวยงาม และได้รับการยอมรับอย่างสูง เมื่อเทียบกับกลุ่มแรกก็จะมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร เมื่อสัมผัสก็จะรับรู้ถึงความแตกต่าง แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่า ก็นับว่าเป็นกีตาร์ที่คุ้มราคาเช่นกัน 

 

3. กีตาร์แบบ Mass Production จากแบรนด์ที่เราไม่เคยได้ยินชื่อ 

 

กีตาร์คลาสนี้ จะเป็นกีตาร์ที่เริ่มต้นในราคาที่ถูกและอาจแพงขึ้นในแบบไม่คุ้มราคา กีต้าร์กลุ่มนี้มักจะมาจากโรงงานประกอบในจีน OEM รับจ้างผลิตให้กับใครก็ได้ที่ต้องการสร้างกีต้าร์ในยี่ห้อของตนเอง ดีไซน์รูปแบบมักจะลอกแบบจากแบรนด์ชั้นนำ ดีไซน์จะแปลกๆ  ผลิตตามคำสั่งของลูกค้าแล้วติดโลโก้แบรนด์ตามต้องการ ดังนั้นถ้าลองไปสำรวจในตลาด กีตาร์ราคาประหยัด เราจะเห็นยี่ห้อชื่อแปลกๆ มากมาย มาแล้วไป อยู่สักปีสองปีก็หายไป เพราะคุณภาพไม่ได้สุดท้ายก็ตายจากไป มากมายจนจำไม่ไหว 

 

กีต้าร์ในเกรดนี้ มีการลดสเปค มั่วสเปค โกงสเปค และลักไก่ แต่คนทั่วไปที่ไม่เซียนกีต้าร์อาจหลงและเข้าใจผิด เช่น การบอกว่าเป็นไม้แท้ แต่จริงๆแล้วเป็นไม้อัด มุกแท้แต่ของจริงเป็นสติ๊กเกอร์  โดยเฉพาะเรื่องของเสียง กีต้าร์ในเกรดนี้จะพยายามทำให้ไม้หน้าบางมากๆ เวลาเล่นครั้งแรก เสียงฟังดูเปิด ฟุ้งลอย เหมือนเสียงจะดี เบสเยอะและซัสเทนยาว การทำแบบนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างไม่นาน แรงดึงสายจะทำให้ไม้หน้าป่องและยกจนเล่นไม่ได้ สุดท้ายต้องทิ้ง จะไม่มีเนื้อเสียงหลักหรือ Fundamental Note การทำไม้ให้บางเสียงจะฟุ้งจนฟังไม่รู้เรื่อง บางทีตีตอร์ดแรงๆเสียงจะแตกพร่าได้ง่าย 

 

ข้อสังเกตคือกีตาร์กลุ่มนี้ ไม่ว่ายี่ห้อเสียง โทนเสียงจะคล้ายๆกัน เราเรียกกีตาร์แบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) มีข้อสังเกตอีกอย่าง มักจะเรียกขนาดของกีต้าร์เป็นนิ้ว ซึ่งในระบบสากล แบรนด์มาตราฐานทุกยี่ห้อจะไม่มีระบบการเรียกขนาดของกีต้าร์เป็นนิ้ว แต่จะเรียกตามทรงและ Shape ของกีต้าร์ 

 

แน่นอนว่าคุณภาพ เทียบกันแล้ว จะด้อยสุดใน 3 กลุ่มที่กล่าวมา  กีตาร์หมวดนี้เกือบ 100% มาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นโรงงานที่ไม่ได้ชำนาญหรือเข้าใจในการทำกีตาร์ รายละเอียดที่เห็นมักจะเป็นกีตาร์ที่หน้าตาแปลกๆ ยี่ห้อไม่คุ้นหู หัวกีต้าร์จะยาวแปลกตา แตกต่างจากแบรนด์ชั้นนำที่เราเห็นกันพอสมควร เพราะไม่ได้มีคอนเซปการออกแบบที่ดี 

 

การ Setup ก็ทำได้แย่เช่นกัน ถ้าเราเคยจับกีตาร์ในกลุ่มนี้ ที่สายสูงปรี้ด แข็งเป็นลวด ดีดยังไงเสียงก็ไม่ค่อยออก นั่นแหละครับ กีตาร์ในหมวดนี้  แต่สำหรับการเริ่มต้นกีต้าร์กลุ่มนี้ บางยี่ห้อก็จัดว่ายังพอคุ้มค่า สำหรับการเริ่มต้นหัดเล่น ในเกรดนี้ราคาไม่ควรซื้อเกิน 6-7 พันบาท ถ้าราคาเกินนี้ไม่แนะนำ บางยี่ห้อเคยออกมาหลอกขายตัวเป็นแสนก็มีมาแล้ว  ราคาขนาดนั้นขอแนะนำให้ไปเลือกซื้อกีต้าร์ในกลุ่มที่สอง แบรนด์ใหญ่ ยี่ห้อดัง การันตีคุณภาพ มีชื่อเสียงในระดับสากล จะดีกว่ามาก รวมถึงราคาขายต่อก็จะเป็นที่ยอมรับในตลาดมือสองอีกด้วย กีต้าร์ในระดับสากลให้ลองสำรวจง่ายๆด้วยตัวเอง ลองเสิร์จในร้าน Guitar Center หรือร้านใหญ่ๆในกูเกิ้ลดู ถ้าร้านใหญ่ๆมีขายแสดงว่าใช้ได้ อยู่ในระดับสากล

 

ก็เป็นการจำแนก กีตาร์ 3 กลุ่ม ที่แบ่งได้ชัดเจนในปัจจุบันนะครับ 

แต่สำคัญที่สุดการซื้อกีตาร์ทั้งที ควรต้องได้ลอง ได้ทดสอบเล่นด้วยตัวเองก่อนซื้อ คอใหญ่ เล็ก อ้วนผอม จับถนัดมือมั้ย ฟีลการเล่นดีมั้ย การประกอบงานดีมั้ย เสียงดีมั้ย คุ้มค่า คุ้มราคามั้ย เลือกกีต้าร์สักตัว มีรายละเอียดที่มากกว่านั้น การฝืนเล่นกีตาร์ที่จับไม่ถนัด มักจะทำให้เล่นได้ไม่นาน สุดท้ายก็จะเบื่อและเลิกไปในที่สุด 

 

เสียงเป็นรสนิยมอย่างหนึ่ง ชอบใครชอบมัน ไม่ว่ากัน  เพียงแต่ต้องเป็นเสียงที่ได้มาตรฐาน เสียงไม่เพี้ยน intonation ตรง เล่นแล้วเสียงต้องดังฟังชัด เนื้อเสียงหลักต้องมี และแน่น มีความกังวาล 

 

การเลือกกีต้าร์จึงเป็นศิลปะอย่างนึง 

การฟังคำโฆษณาเกินจริง อาจทำให้พลาด และเจ็บช้ำใจในภายหลังได้ 

Cin Guitars ร้านที่เข้าใจ รู้จริงในเรื่องกีต้าร์ พร้อมให้คำแนะนำที่ถูกต้อง และให้บริการอย่างซื่อตรง สามารถแวะเข้ามาปรึกษาเราได้ทุกสาขา 

 

ไม่ก็ลองหาเพื่อนหรือที่ชำนาญ หรือเคยมีกีต้าร์ดีๆไปลองด้วยก็จะเป็นการดีครับ เพราะจะได้ช่วยกันเลือกหากีตาร์ที่ดีที่เหมาะกับเราได้ตรงใจมากขึ้นนั่นเอง 

 

-----------------------------------------

Showroom
Siam Paragon

Siam Paragon ชั้น 2 ถ.พระราม 1 แขวง ปทุมวัน เขต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 094-615-5444

The Promenade
ชั้น 1 ห้อง 1012A ถนนรามอินทรา

ติด Fasion Island กุรงเทพ
โทรศัพท์ : 084-616 5559

Zpell

ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน ประชาธิปัตย์ ธัญบุรี กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 095-790-7171

Fortune Town

Cin Guitars สาขา ฟอร์จูน ทาวน์ ชั้น 3
โทรศัพท์ : 065-295-7462

Chiangmai

โครงการ บิสพอยท์ 1 ถ.วงแหวนรอบ 2 อ.เมือง เชียงใหม่
โทรศัพท์ : 093-0397471



CIN GUITARS เราคือมืออาชีพเรื่องเครื่องดนตรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย กีต้าร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกหลายยี่ห้อเช่น Guild ,Alvarez, Cordoba, Bourgeois, Lowden, Collings, Huss&Dalton, St.Matthew รวมถึงเปียโนยี่ห้อ Kurzweil ,อคูสติกแอมป์ยี่ห้อ ACUS จากอิตาลี

กีต้าร์โปร่งคุณภาพสูง ราคาเริ่มต้นที่ 4,950 บาท ไปจนกีต้าร์โปร่งไฮเอนด์ราคาหลักแสนอัพ นอกจากนี้ Cin Guitars ยังมี กีต้าร์โปร่ง รุ่นหายาก รุ่นลิมิเต็ด ที่นักสะสมหมายปอง มารวมไว้ที่นี่ ที่เดียว ต้องการซื้อเครื่องดนตรีกับร้านที่สามารถแนะนำ ให้คำปรึกษา เราคือคำตอบสุดท้าย
“นึกถึงคุณภาพ นึกถึง Cin Guitars”

Cin Guitars มี 5 สาขา Siam Paragon / The Promenade รามอินทรา / Zpell @Future Park / Chiangmai / Fortune Town

Subscribe

* indicates required
/ ( mm / dd )