รู้หรือไม่ ? กีตาร์สเกลสั้น สเกลยาว ต่างกันอย่างไร.

เผยแพร่เมื่อ : 2020/02/28 โดย cin guitars

เคยสงสัยกันหรือเปล่าครับ ว่ากีตาร์ที่มีสเกลสั้น สเกลยาว แตกต่างกันอย่างไร และมีจุดเด่น จุดด้อย อย่างไรบ้าง วันนี้ Cin Guitars จะมาเฉลยให้กระจ่างกันครับ 

 

คำว่า Scale Lenght คือ ระยะห่าง ระหว่าง Nut กับ Saddle และยังสามารถวัดจาก Nut ลงไปถึง ระหว่างกลางของ Fret 12 ได้อีกด้วย  

สำหรับ Scale ที่วัดได้ตั้งแต่ 25.4 หรือ 25.5 หรือมากกว่านั้น เราจะถือว่าเป็นกีตาร์ที่มีสเกลยาว ถ้าต่ำกว่านั้น เราจะเรียกมันว่ากีตาร์สเกลสั้น ซึ่งจะมีความยาวระหว่าง 25 , 24.9 , 24.75 , และ 24.625 ซึ่งเราจะมีหน่วยวัดเป็นนิ้ว (Inches) 

Scale Lenght นั้นจะส่งผลอย่างมากต่อสัมผัสการเล่น (Play Abillity) 

โดยธรรมชาติแล้วกีตาร์สเกลยาวกว่า จะส่งผลให้การขึงของสายกีตาร์มีความตึง (Tension) ที่มากกว่า กีตาร์ที่มีสเกลสั้นกว่าก็จะส่งผลให้สายนั้น มีความตึงที่น้อยกว่าด้วยเช่นกัน 

และกีตาร์สเกลสั้น มักจะมีบอดีที่เล็กและสั้นลงด้วยเช่นกัน ทำให้สรีระหรือการจัดท่าทางเวลาเล่นต่างกัน กีตาร์สเกลยาว ที่บอดี้มีขนาดใหญ่กว่าอาจจะทำให้ต้องยืดแขนออกไปมากกว่า ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ อย่างเช่นกีตาร์ทรง Super Jumbo กับ กีตาร์ทรง Palor นั่นเอง 

กีตาร์ทรง Jumbo Guild F-250E Deluxe 

กีตาร์ทรง Palor Guild P-240 

ข้อควรระวังสำหรับกีตาร์สเกลสั้น ก็คือ เมื่อสายนั้นมีแรงตึงที่ต่ำกว่า จะก็มีโอกาศเกิดอาการ Buzzing ได้ง่ายกว่าเมื่อเล่นด้วยไดนามิคที่แรงขึ้นนั่นเอง ซึ่งสามารถเลือกใช้สายกีตาร์เบอร์ใหญ่ขึ้นเพื่อลดอาการตรงนี้ได้ 

ความแตกต่างในเรื่องของเสียงระหว่างสเกลที่ยาวต่างกันจะเห็นผลชัดที่สุดเมื่อมันอยู่บนกีตาร์ทรงเดียวกัน 

ยกตัวอย่างในทรง OM ถ้าเป็นกีตาร์สเกลสั้น จะให้บาลานซ์ของเสียงที่ดี และแสดงผลได้อย่างเต็มที่เมื่อเล่นด้วยไดนามิคระดับกลางๆ 

แต่ในตัวที่สเกลยาวกว่า จะให้เสียงที่ฟังดูมีพลังมากขึ้น และมีปลายเสียงที่ฟังดูดีขึ้น แต่ความหวานกลมกล่อมโดยรวม สเกลสั้นจะทำได้ดีกว่าเล็กน้อย 

แต่ทั้งนี้ในแต่ละทรงนั้น ผลลัพท์ ก็จะแตกต่างกันออกไปอีกเล็กน้อย โดยรวมก็คือ สเกลที่ยาวขึ้น จะให้พลังการเปล่งเสียงได้ฟังดูมีพลังขึ้นจากสายที่มีแรงตึงมากกว่า สเกลที่สั้นลงทำให้สายนั้นมีอิสระในการแกว่งได้มากขึ้น ส่งผลในเรื่องของซันเทสอีกด้วย

ซึ่งทั้งนี้ ทั้งนั้น การเลือกกีตาร์นั้น ก็ยังต้องยึดหลักจากสไตล์การเล่น ไสตล์การดีดของผู้เล่นด้วยว่าเป็นแบบไหน มีไดนามิคแบบไหน ซึ่งเรื่องกายภาพของกีตาร์ทรงต่างๆ เราเคยทำบทความไว้แล้ว ลองย้อนดูใน Article ฉบับก่อนหน้านี้ได้ครับ แล้วจากนั้นใช้ความแตกต่างของสเกลในการเปรียบเทียบเพื่อเลือกกีตาร์ให้เหมาะสมกับเราที่สุดครับ 

และสามารถมาเลือกซื้อ และทดลองกีตาร์ได้ที่ Cin Guitars ทุกสาขาไกล้บ้านท่าน

Cin Guitars สาขา The Promenade ชั้น 1
โทร 084-616-5559

Cin Guitars Siam Paragon ชั้น 2
โทร 094-615-5444

Cin Guitars สาขา Zpell@Future Park ชั้น 3
โทร 095-790-7171

Cin Guitars สาขา เชียงใหม่ ถ.วงแหวนรอบ2
โทร 093-039-7471

Cin Guitars สาขา Central Plaza อุดรธานี ชั้น 4
โทร 065-295-7462

 

 

Showroom
Siam Paragon

Siam Paragon ชั้น 2 ถ.พระราม 1 แขวง ปทุมวัน เขต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 094-615-5444

The Promenade
ชั้น 1 ห้อง 1012A ถนนรามอินทรา

ติด Fasion Island กุรงเทพ
โทรศัพท์ : 084-616 5559

Zpell

ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน ประชาธิปัตย์ ธัญบุรี กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 095-790-7171

Centralplaza Udonthani

ห้อง A413-414 ชั้น 4 Central Plaza อุดรธานี อำเภอ เมืองอุดรธาณี
โทรศัพท์ : 094-8174555

Chiangmai

โครงการ บิสพอยท์ 1 ถ.วงแหวนรอบ 2 อ.เมือง เชียงใหม่
โทรศัพท์ : 093-0397471



CIN GUITARS เราคือมืออาชีพเรื่องเครื่องดนตรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย กีต้าร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกหลายยี่ห้อเช่น Guild ,Alvarez, Cordoba, Bourgeois, Lowden, Collings, Huss&Dalton, St.Matthew รวมถึงเปียโนยี่ห้อ Kurzweil ,อคูสติกแอมป์ยี่ห้อ ACUS จากอิตาลี

กีต้าร์โปร่งคุณภาพสูง ราคาเริ่มต้นที่ 4,950 บาท ไปจนกีต้าร์โปร่งไฮเอนด์ราคาหลักแสนอัพ นอกจากนี้ Cin Guitars ยังมี กีต้าร์โปร่ง รุ่นหายาก รุ่นลิมิเต็ด ที่นักสะสมหมายปอง มารวมไว้ที่นี่ ที่เดียว ต้องการซื้อเครื่องดนตรีกับร้านที่สามารถแนะนำ ให้คำปรึกษา เราคือคำตอบสุดท้าย
“นึกถึงคุณภาพ นึกถึง Cin Guitars”

Cin Guitars มี 5 สาขา Siam Paragon / The Promenade รามอินทรา / Zpell @Future Park / Chiangmai / Central อุดรธานี