"ทุกสิ่งที่ต้องรู้ ก่อนเปลี่ยนสายกีตาร์"

เผยแพร่เมื่อ : 2020/02/17 โดย cin guitars

การเปลี่ยนสายกีตาร์ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ไฟฟ้า หรือ กีตาร์อคูสติค อาจจะไม่ใช่งานที่ซับซ้อนอะไรนัก แต่สำหรับมือใหม่ อันนี้อาจจะเป็นงานยากก็ว่าได้ 

บางคนอาจใช้บริการร้านกีตาร์ไกล้บ้าน เพื่อช่วยเปลี่ยนสาย หรือแม้กระทั่งผู้เล่นที่ชำนาญแล้วที่ขี้เกียจจะเปลี่ยนเองก็เลือกใช้บริการนี้ได้เหมือนกัน แต่กระนั้น บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ากีตาร์ของตน ควรจะเปลี่ยนสายได้แล้ว ด้วยซ้ำ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันครับ 

 

1. เมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยนสาย ? 

ความถี่ของการเปลี่ยนสาย จะแตกต่างไปในแต่ละคน เพราะผู้เล่นก็มีการใช้งานที่แตกต่างกัน ผู้เล่นมืออาชีพอาจะมีการใชข้งานที่บ่อย และหนักกว่า ผู้เล่นที่เพิ่งเริ่มต้น ซักหน่อย และปัจจัยต่างๆ ก็แตกต่างออกไปในแต่ละคน ทั้งเหงื่อที่มีความเค็มแตกต่างกัน และน้ำมันจากนิ้วมือตามธรรมชาติ ที่จะสัมผัสไปบนสายกีตาร์เวลาที่เล่น 

ต่อให้เป็นผู้เล่นมืออาชีพเหมือนกัน แต่ระยะเวลาที่สายหมดอายุ หรือ เสื่อมสภาพแล้ว ก็ไม่เท่ากัน จุดที่สังเกตุได้ก็คือ ตัวสายจะเริ่มมีเสียงที่ทึบลงไปกว่าเดิม บางครั้งอาจมีอาการของสายที่มีสีสรรค์ต่างไปจากเดิม เริ่มดำหรือคล้ำลงไป หรือมีสนิมร่วมด้วย ทำให้สัมผัสการเล่นไม่ไหลลื่น เหมือนเดิม

วิธีเช็คง่ายๆ คือใช้ใช้นิ้วโป้งมือซ้าย ลองงัดสาย 6 (low E) ขึ้นด้านบนแล้วปล่อยมือออก เสียงของสายจะมีอาการเสียงทึบๆ ไม่สว่าง ไม่ค่อยได้ยินเสียงของโลหะ เด้งๆ นั่นหมายความว่า สายกีตาร์ของคุณได้เสื่อมสภาพไปเรียบร้อยแล้ว ต่อให้มันยังไม่เปลี่ยนสี หรือเป็นสนิมก็ตามเถอะ 

ดังนั้น ถ้าพบเจออาการนี้ เปลี่ยนสาย Set ใหม่เถอะ แล้วกีตาร์ของคุณเสียงจะกลับมาฟังดูดีเหมือนเดิม และการที่ฝืนใช้สายที่เป็นคราบสนิม เป็นการทำร้าย เฟรท กีตาร์ของคุณไปในตัวด้วย เพราะจะทำให้มันสึก เร็วกว่าเดิม แล้วคราวนี้คุณต้องเสียงเงินไป รีเฟรท ใหม่อีกหลายตังค์แน่นอน 

2. เลือกขนาดของสายให้เหมาะกับตัวเอง 

สายกีตาร์ที่วางจำหน่ายมากมายในท้องตลาด มีหน่วยวัดโดยใช้หน่วย 1 ใน 1000 ของ "นิ้ว" (thousandths of an inch) โดยส่วนมากจะใช้ Code แทนเป็น 0.012 หรือ 0.053 โดยเราจะเรียกกันง่ายๆ ว่าเป็นเบอร์ 12 หรือ เบอร์ 53 ตามนั้น และจะเรียกเฉพาะชื่อของสายล่างสุด (High E) เช่น สายเบอร์ 10 เบอร์ 11 หรือ เบอร์ 12 

โดยเบอร์ที่มากกว่า จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า และมีแรงตึง ที่มากกว่า ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดี และ ข้อเสียต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมหรือซาวด์ที่อยากได้ 

สายที่เล็กกว่า จะให้สัมผัสการเล่นที่นิ่มกว่า แต่แรงตึงที่น้อยกว่าจะส่งผลให้สายมีการแกว่งตัวได้มากขึ้น จนทำให้สามารถเกิดอาการ Buzz หรือสายตีเฟรตได้มากขึ้น เพราะแรงดึงที่น้อยลงจะไม่สามารถดึงคือให้โน้มมาด้านหน้าได้มากเท่าสายเบอร์ใหญ่กว่า จึงอาจต้องการการ Setup ใหม่ถ้าเปลี่ยนมาใช้สายเบอร์ที่เล็กลง 

รวมไปถึงเรื่องโทน หรือ เสียง สายเบอร์ใหญ่โดยธรรมชาติแล้วจะให้เสียงที่ฟังดูแข็งแรงกว่าซักหน่อย แต่ก็ขึ้นอยู่กับการ Setup เรื่องของ Action ด้วย 

รวมไปถึงการคำนึงถึง Scale Lenght ของกีตาร์เราด้วย ในกรณีของกีตาร์ที่มี Scale ที่สั้นกว่าจะให้แรงตึงสายที่น้อยกว่ากีตาร์ Scale ยาวเสมอ 

3. รู้ความแตกต่างของสายจากวัตถุดิบบนหน้าซอง 

สายกีตาร์แบรนด์ต่างๆ จะมีชื่อของวัตถุดิบติดบนหน้าซองเสมอ เพราะมันบอกได้ถึงความแตกต่างของเสียงด้วย 

- Phosphor Bronze ถ้าเจอคำนี้ที่หน้าซองซึ่งปกติจะพบได้ทั่วไปในทุกๆ นี่ห้อ เจ้า Phosphor Bronze นี่มีส่วนผสมของ Copper alloy 90 % และ ดีบุก อีก 10% และในระหว่างการผลิตก็จะเติม Phosphor ลงไปเพื่อเพื่มความแข็งแรงของสายและคุณสมบัติการต้านสนิมอ่อนๆ และจะมีสีส้ม ให้เสียงที่ค่อนข้างนวลและอิ่ม

- Bronze หรือ 80/20 หากเห็นส่วนประกอบแบบนี้ให้รู้เลยว่า มีส่วนผสมของ โลหะทองแดง 80% และ ดีบุก 20% สีที่ได้จะเป็นสีเหลืองทอง เสียงที่ได้จะใสและคมชัดกว่า Phosphor Bronze และภายหลังมีสัดส่วนการผสมแบบ 85/15 อีกด้วย ซึ่งจะทำให้เสียงที่ได้มีความอุ่นมากขึ้นเล็กน้อย

Brass สายชนิดนี้จะมีส่วนผสมของ ทองแดง 80% และ สังกะสี 20% และบางยี่ห้อมีการเปลี่ยนส่วนผสมไปจนถึงอัตตรา 60/40 เลยทีเดียว ซึ่งสายชนิดนี้จะให้ความใส แหละเสียงแหลม ที่คมชัดที่สุด ผู้ผลิตสายกีตาร์จึงนิยมเรียกว่า Bright Bronze อีกด้วย

- Nickel สายขนิดนี้จะเป็นการเคลือบสายด้วย Nickle ซึ่งถูกเหนี่ยมนำได้โดยสนามแม่เหล็ก สายชนิดนี้จึงใช้กับพวกกีตาร์ไฟฟ้า ซึ่งให้เสียงที่ทึบกว่า สายของกีตาร์อคูสติด แต่ต่อมาก็มีผู้ผลิตบางรายนำส่วนผสมของสายกีตาร์ชนิด Phosphor Bronze มาผสมผสานกัน จนกลายเป็นสายที่ให้ความคมชัดแบบกีตาร์อคูสติค แต่นำมาใช้กับกีตาร์ไฟฟ้าได้

 

มาถึงตรงนี้ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนสายกีตาร์ในครั้งต่อไป ก็คงจะทำให้การเลือกซื้อ หรือตัดสินใจเปลี่ยนสายง่ายมากจึ้นแล้วนะครับ และจะต้องพิจารณาจากกายภาพพื้นฐานของกีตาร์ตัวนั้นๆ ว่าเหมาะสมกับสายประเภทใด ต้องการที่จะให้กีตาร์มีเสียงที่ใสขึ้น คมชัดขึ้น หรือ ฟังดูเสียงหนานุ่ม อบอุ่น ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการของแต่ละคนด้วย 

Cin Guitars ขอแนะนำ สายกีตาร์ที่มีเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่แตกต่างออกไป เพื่อมุ่งเน้นลูกค้าได้มีทางเลือกของการเลือกสายกีตาร์ที่จริงจังกับเรื่องโทนออกไปอีก 1 ระดับ

ซึ่งคือสายกีตาร์ Apex ที่มีนวัตกรรมที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของตัวเอง 2 อย่างที่เป็นจุดแข็งเฉพาะตัว

1. Cryogenic คือการนำเอาสายกีตาร์ที่ผลิตเสร็จแล้วไปแช่ใน ไนโตรเจนเหลว ซึ่งความเย็นจัดจะทำให้โมเลกุลของโลหะเรียงตัวกันใหม่ ทำให้สายของ Apex มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง รวมไปถึง Sustain หรือการสั่นที่ดีกว่าสายแบบปกติ

2. Hyper Elliptical คือการพันสาย (Wound) ที่ชิดกันมากกว่าปกติ จากการที่ใช้แกนของสายแบบวงรี ซึ่งทำให้ช่องว่างระหว่างสายชิดกันมากกว่าเดิม ช่วยลดเสียงรบกวน เวลานิ้วรูดกับสาย และทำให้เนื้อเสียงนั้นแน่นกว่าเดิมอีกด้วย 

#Apex สายกีต้าร์ที่ Jack Thammarat เลือกใช้

เลือกชมสินค้าของสาย Apex ทุกรุ่นได้ที่ 

https://www.cinguitars.com/brand.php?id=68

 

 

 

Showroom
Siam Paragon

Siam Paragon ชั้น 2 ถ.พระราม 1 แขวง ปทุมวัน เขต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 094-615-5444

The Promenade
ชั้น 1 ห้อง 1012A ถนนรามอินทรา

ติด Fasion Island กุรงเทพ
โทรศัพท์ : 084-616 5559

Zpell

ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน ประชาธิปัตย์ ธัญบุรี กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 095-790-7171

Centralplaza Udonthani

ห้อง A413-414 ชั้น 4 Central Plaza อุดรธานี อำเภอ เมืองอุดรธาณี
โทรศัพท์ : 094-8174555

Chiangmai

โครงการ บิสพอยท์ 1 ถ.วงแหวนรอบ 2 อ.เมือง เชียงใหม่
โทรศัพท์ : 093-0397471



CIN GUITARS เราคือมืออาชีพเรื่องเครื่องดนตรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย กีต้าร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกหลายยี่ห้อเช่น Guild ,Alvarez, Cordoba, Bourgeois, Lowden, Collings, Huss&Dalton, St.Matthew รวมถึงเปียโนยี่ห้อ Kurzweil ,อคูสติกแอมป์ยี่ห้อ ACUS จากอิตาลี

กีต้าร์โปร่งคุณภาพสูง ราคาเริ่มต้นที่ 4,950 บาท ไปจนกีต้าร์โปร่งไฮเอนด์ราคาหลักแสนอัพ นอกจากนี้ Cin Guitars ยังมี กีต้าร์โปร่ง รุ่นหายาก รุ่นลิมิเต็ด ที่นักสะสมหมายปอง มารวมไว้ที่นี่ ที่เดียว ต้องการซื้อเครื่องดนตรีกับร้านที่สามารถแนะนำ ให้คำปรึกษา เราคือคำตอบสุดท้าย
“นึกถึงคุณภาพ นึกถึง Cin Guitars”

Cin Guitars มี 5 สาขา Siam Paragon / The Promenade รามอินทรา / Zpell @Future Park / Chiangmai / Central อุดรธานี